วันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เป็นอันตกลง ว่าอย่าเพิ่งตายนะ อ่าน A Long Way Down ก่อนโอเคไหม?

เป็นอันตกลง A Long Way Down นิค ฮอร์นบี
Story : R.ANCHALEE


A Long Way Down : เป็นอันตกลง

ในที่นี้มีใครเคยคิดฆ่าตัวตายบ้างไหม? หวังว่าคงจะไม่มีนะ แต่จะว่าไปการฆ่าตัวตายก็ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวหรอก ไม่เชื่อหรือ? หากไม่เชื่อต้องลองอ่าน A Long Way Down : เป็นอันตกลงดู แล้วคุณจะเห็นด้วยว่า การฆ่าตัวตายไม่ใช่เรื่อง น่ากลัวเลยจริงๆ

A Long Way Down : เป็นอันตกล เป็นนิยายเล่มที่ 3 ของ นิค ฮอร์นบี ต่อจาก High Fidelity และ About a boy ที่ถูกดัดแปลงนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้ว A Long Way Down : เป็นอันตกลง เล่มนี้ยังคงแบบฉบับของ นิค ฮอร์นบี ไว้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ทั้งความยียวนกวนประสาท ความสามารถในการถ่ายทอดเรื่องเศร้า ขมขื่นเป็นตลกร้ายได้อย่างไม่ขัดขืน

A Long Way Down : เป็นอันตกลง เป็นนิยายที่ว่าด้วยเรื่องราวของคน 4 คน  ที่ต่างก็รู้สึกว่าตนประสบความล้มเหลวในชีวิตและไม่เห็นข้อดีของการมีชีวิตอยู่ต่อไป พวกเขาจึงคิดฆ่าตัวตายด้วยวิธีการกระโดดตึกลงมาให้ร่างแหลกเหลวแดดิ้น
 
และสถานที่ที่พวกเขาคิดใช้ฆ่าตัวตายก็คือตึกสูงแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอนที่คน "นิยม" มาโดดตึกตายมากที่สุด แต่ทว่าพวกเขาไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เมื่อคน 4 คนที่ไม่เคยรู้จักกันแต่บังเอิญเลือกที่จะตายในสถานที่ วันและเวลาเดียวกัน เรื่องราววุ่นๆ จึงเกิดขึ้น

เริ่มด้วยเรื่องของ มาร์ติน พิธีกรรายการทอล์คโชว์ชื่อดังของประเทศอังกฤษ ชีวิตของเขาแวดล้อมไปด้วยชื่อเสียง เงินทอง และความสำเร็จ เขามีภรรยาและลูกสาวที่น่ารัก 1 คน พูดได้ว่าชีวิตของมาร์ตินเข้าขั้นน่าอิจฉา และคาดว่าชีวิตของเขาจะน่าอิจฉาเช่นนี้ไปเรื่อยๆ หากเขาไม่ "ทำพลาด" เมาจนไม่ได้สติแล้วลงเอยด้วยการนอนกับเด็กสาวอายุ 15 ความผิดพลาดครั้งแรกและครั้งเดียวของเขานี้ได้พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเขา มาร์ตินโดนจับติดคุก ภรรยาขอหย่า โดนถอดออกจากงาน โดนประณามหยามเหยียด กลายเป็นคนไร้ชื่อเสียง เขาอยากตายและจะฆ่าตัวตายจบชีวิตบัดซบของเขาซะ อ่านถึงตรงนี้คุณอย่าหาว่าเขา "คิดสั้น" เชียวนะ เพราะเขาจะสบถใส่คุณและเถียงคอเป็นเอ็นว่า การฆ่าตัวตาย เป็นวิธีที่ดีที่สุด และผ่านการคิดไตร่ตรองมาอย่างรอบคอบดีแล้ว

ถัดมาเรื่องของ มัวรีน หญิงวัยกลางคนที่ดูเหมือนแม่บ้านทำความสะอาด (เจเจว่า) ที่ต้องดูแลลูกพิการผู้ซึ่งไม่สามารถรับรู้เหลือช่วยตัวเองได้เลย ชีวิตของเธอมีแต่ลูก ลูก และก็ลูก เธอไม่เคยได้ใช้ชีวิตอยู่เพื่อตัวเองเลย ฟังดูเหมือนจะซึ้งใจในความรักที่แม่มีต่อลูกใช่ไหมล่ะ แต่เปล่าเลยการดูแลลูกเป็นภาระที่หนักอึ้งสำหรับเธอ เธอรู้สึกทั้งเศร้า ขมขื่น และเปลี่ยวเหงา เธออยากจะมีชีวิตเป็นของตัวเองบ้าง เธอก็แค่อยากไปปาร์ตี้บ้านเพื่อนบ้างเท่านั้น (ถ้าจะมีคนเชิญเธอนะ) แต่ก็ไม่เคยได้ทำเลยสักครั้ง เพราะติดแหงกอยู่กับลูกทั้งวัน

จะฆ่าลูกให้ตายดับดิ้นจะได้หมดภาระก็ทำไม่ได้ จะเอาไปฝากสถานรับเลี้ยงเด็กก็ค่าใช้จ่ายสูงอีก เธอไม่มีเงินมากพอขนาดนั้นหรอกนะ ทางออกเพียงทางเดียวที่เธอคิดว่าดีที่สุดก็คือ การฆ่าตัวตาย ดังนั้นเธอจึงวางแผนล่วงหน้าไว้หลายเดือน แสร้งบอกลูกที่ไม่รับรู้อะไรว่า เธอถูกเชิญไปงานปาร์ตี้สิ้นปีนี้ แต่เธอวางแผนจะไปโดดตึกตายต่างหากล่ะ เมื่อวันนั้นมาถึง เธอจึงไปที่ "ตึกคนโดด" เมื่อขึ้นไปถึงบนยอดตึก เธอกลับพบชายคนหนึ่งท่าทางเมาแอ๋นั่งหวุดหวิดอยู่ริมขอบตึก อยู่ก่อนหน้าแล้ว

อีกคนถัดมา เจส เด็กสาวอายุ 18 ที่สบถเป็นอาหารหลัก จิดกัดเป็นอาหารรอง ด้วยความเป็นคนปาก-
หมานและอารมณ์รุนแรง ทำให้เธอเข้ากับใครไม่ค่อยได้ แม้แต่พ่อแม่ของเธอเอง เธอก็แสดงออกด้วยอย่างก้าวร้าว เธอรู้สึกโดดเดี่ยว เปลี่ยวเหงา ชีวิตแต่ละวันช่างน่าเบื่อหน่ายสำหรัฐเธอ และฟางเส้นสุดท้ายก็ขาดลงเมื่อแชสแฟนหนุ่มของเธอบอกเลิก  (เป็นใครก็คงอยากเลิก) ด้วยสาเหตุจากพฤติกรรม และอุปนิสัยรุนแรงของเธอนั่นเอง เธอจึงมั่นใจว่าเธอไม่ควรมีชีวิตอยู่ต่อไป วิธีที่ดีที่สุดก็คือทำให้ชีวิตสั้นลงซะ เธอจึงขึ้นไปยังดาดฟ้า "ตึกคนโดด" แต่พอไปถึง กลับพบกับมาร์ติน และมัวรีนอยู่ก่อนหน้าแล้ว

และคนสุดท้าย เจเจ หนุ่มนักดนตรีชาวอเมริกัน ที่มีอาชีพพิเศษเป็นเด็กส่งพิซซ่า เขามีความฝันสูงสุดบนเส้นทางสายดนตรี คือการเป็นวงร็อกที่มีชื่อเสียง แต่ทว่าเขาก็ไปไม่ถึงฝั่งฝัน วงมาแตกเสียก่อน และแฟนสาวที่ทำให้เขาต้องย้ายมาอยู่อังกฤษก็เลิกราไป ความรู้สึกอยากตายเหมือนกลายเป็นส่วนหนึ่งชีวิตของเขา ในค่ำคืนวันส่งท้ายปีเก่าเขาได้รับมอบหมายให้มาส่งพิซซ่าที่ "ตึกคนโดด" เขาเห็นเป็นโอกาสดีที่ยากจะปฏิเสธ จึงขึ้นไปยังดาดฟ้ายอดตึกแต่เขาก็ต้องพบกับกลุ่มคน 3 คนที่กำลังชุลมุนวุ่นวาย

ทั้งหมดนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนทั้ง 4 ได้มาพบกัน จุดเริ่มต้นที่ดูเหมือนจะขมขื่น แสนเศร้า หากทว่ากลับกลายมาเป็นมิตรภาพในเวลาต่อมา พวกเขาใช้เวลาที่อยู่ดัวยกันบนยอดตึก บอกเล่าเรื่องราวที่แต่ละคนประสบพบเจอมาว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขาอยากฆ่าตัวตาย
นิค ฮอร์นบี ถ่ายทอดเรื่องราวออกมาได้อย่างอบอุ่น และตลกอย่างเหลือร้าย จะมีหนังสือเล่มไหนที่สบถได้มากมายเท่านี้อีกไหม? อ่านแล้วหยุดไม่อยู่ วางไม่ลง ด้วยความอยากรู้ว่าพวกเขาจะตายกันจริงๆ ไหม? และจะตายด้วยวิธีใด?

การเดินเรื่องที่ผูกตัวละครทั้ง 4 เข้าไว้ด้วยกัน จนก่อให้เกิดความผูกพันและมิตรภาพดีๆ จากคนแปลกหน้าก็กลายมาเป็นเพื่อนต่างวัยในที่สุด ทุกคนต่างกระตือรือร้นที่จะแก้ปัญหาให้แก่กันและกัน โดยลืมความทุกข์ของตัวเองไปสิ้น

เช่น ตอนที่ทุกคนช่วยกันออกตามแชสแฟนของเจส แม้จะเป็นการช่วยอย่างเสียไม่ได้ในตอนแรก แต่ต่อมากลับกลายเป็นการช่วยเหลืออย่างจริงใจ เห็นอกเห็นใจ เสมือนหนึ่งเป็นเรื่องของตัวเอง
เราคนอ่านก็รู้สึกถึงความอบอุ่น ผูกพัน ไปกับตัวละครทั้ง 4 ด้วย การฆ่าตัวตายของพวกเขาทำให้เรามองเห็นปัญหาในมุมใหม่ๆ มุมมองที่เราไม่ค่อยจะยอมนึกถึงเมื่อประสบทุกข์หรือปัญหา นั่นคือ เรามักจะมองว่าความทุกข์ของเรานั้นยิ่งใหญ่กว่าคนอื่นเสมอ โดยไม่ "อยากจะยอม" คิดว่าคนที่ทุกข์หนักกว่าเรายังมี การอ่าน A Long Way Down : เป็นอันตกลง ช่วยสะท้อนให้เราเห็นถึง ความหมายของความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และยังกระตุ้นให้เราเลือกที่จะมองด้านดีในชีวิตของเรามากขึ้น

A Long Way Down : เป็นอันตกลง

ชื่อหนังสือ : เป็นอันตกลง A Long Way Down
ชื่อผู้แต่ง    : นิค ฮอร์นบี
ชื่อผู้แปล    : จักรพันธุ์ ขวัญมงคล
ชื่อผู้เรียบเรียง : วีระวัฒน์ เตชะกิจจาทร
สำนักพิมพ์ : mars space
พิมพ์ล่าสุด : พิมพ์ครั้งที่ 1 มกราคม 2554

1 ความคิดเห็น:

  1. อ่านเรื่องนี้อยู่เหมือนกันครับ สนุกมากเลย

    ตอบลบ